แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็งปอด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็งปอด แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

มะเร็งปอดหลีกเหลี่ยงได้แค่ปฎิบัติตัวเป็น




มะเร็งปอด เป็นเนื้องอกชนิดหนึ่งของหลอดลมและปอด แต่เป็นชนิดที่ร้ายแรง เริ่มแรกมะเร็งปอดจะเป็นก้อนขนาดเล็ก หากปล่อยไว้ก้อนจะโตขึ้นลุกลามเข้าแทนที่เนื้อปอดปกติ และกระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ สมอง กระดูก เป็นต้น


1.บุหรี่ จากการศึกษาวิจัยของนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ทั่วโลกยืนยันว่า มะเร็งปอดเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสูบบุหรี่ ทั้งผู้สูบเอง และผู้ได้รับควันบุหรี่


      

การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปอด
       
ผู้สูบบุหรี่โดยเฉลี่ยมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 12 เท่า    
ผู้ที่สูบบุหรี่นานไม่เกิน 20 ปี จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ถึง 9 เท่า
       
ผู้ที่สูบบุหรี่นานระหว่าง 21-40 ปี มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ถึง 30 เท่า
       
ผู้ที่สูบบุหรี่นานระหว่าง 41-60 ปี มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ถึง 47 เท่า
       
ผู้ที่เป็นมะเร็งปอดร้อยละ 80 จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี
       
ผู้ที่ต้องดูดควันบุหรี่ของคนอื่น เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งด้วย
ประโยชน์ของการหยุดบุหรี่

ถ้าผู้สูบบุหรี่ สามารถหยุดบุหรี่ได้ทัน ก่อนที่ปอดจะได้รับความเสียหายอย่างถาวร โอกาสของการเกิดโรคมะเร็งปอดจะลดลงทันที
       
ผู้สูบบุหรี่ สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้นาน 10-15 ปี จะลดอัตราเสี่ยงของโรคมะเร็งปอดได้ครึ่งหนึ่ง
       
สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งปอดแล้ว การเลิกสูบบุหรี่จะทำให้อาการดีขึ้น และอยู่ได้นานขึ้นกว่าผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป
       

        เป็นแร่ธาตุที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น การก่อสร้าง โครงสร้างอาคาร ผ้าเบรค ครัช ฉนวนความร้อน อุตสาหกรรมสิ่งทอเหมืองแร่  




ผู้ที่เสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีการใช้แอสเบสตอส เป็นส่วนประกอบ

 ระยะเวลาที่สัมผัสฝุ่นแอสเบสตอสจนเป็นมะเร็งปอด อาจใช้เวลา 15-35 ปี
       
ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ แต่ทำงานกับฝุ่นแร่แอสเบสตอส เสี่ยงต่อมะเร็งปอด มากกว่าคนทั่วไป 5 เท่า


เป็นก๊าซกัมมันรังสีไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เกิดจากการสลายตัวของแร่ยูเรเนี่ยมในหินและดิน กระจายอยู่ในอากาศและน้ำใต้ดินในที่ๆ อากาศไม่ถ่ายเท เช่น ในเหมืองใต้ดิน อาจมีปริมาณมาก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดได้



       
4.มลภาวะในอากาศ ได้แก่ ควันพิษจากรถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น






อาการ : ระยะแรกของโรค จะไม่มีอาการใดๆ บ่งชี้อย่างแน่ชัด เมื่อโรคลุกลามมากแล้วอาการที่อาจพบ ได้แก่

       
ไอเรื้อรัง \ ไอเป็นเลือด     

หอบเหนื่อย \ เจ็บแน่นหน้าอก
       
น้ำหนักลดรวดเร็ว \ เบื่ออาหาร  

กลืนอาหารลำบาก    

เสียงแหบ

มีก้อนที่คอ (มะเร็งกระจายมาตามต่อมน้ำเหลืองที่คอ)   

ปวดกระดูกซี่โครง ไหปลาร้า ปวดกระดูกสันหลัง (มะเร็งกระจายมากระดูก)      

แขน ขา อ่อนแรง (มะเร็งกระจายไปสมอง)  

ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะ อุจจาระได้

 โดยอาการดังกล่าวมักเป็นอาการร่วมของโรคต่างๆ ได้ เพราะฉะนั้นหากมีอาการดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและวินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไป





1.ถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์    

2.ตรวจเสมหะที่ไอออกมาเพื่อหาเซลล์มะเร็ง (Sputum Cytology)

3.ส่องกล้องตรวจดูภายในหลอดลม (Bronchoscopy)    

4.ขลิบชิ้นเนื้อจากหลอดลมหรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้า ไปตรวจ

เพื่อการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา (Biopsy, Scalene node biopsy)


1.การผ่าตัด      

2.รังสีรักษา       

3.เคมีบำบัด
       
4.การรักษาแบบผสมผสานวิธีดังกล่าวข้างต้น
       
5.การรักษาแบบประคับประคอง

       
1.เลิกสูบบุหรี่    

2.หลีกเลี่ยงการได้รับมลพิษในสิ่งแวดล้อม     

3.รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น และอาหารที่มีวตามินซี วิตามินอี
รวมทั้งเซเลเนียม เช่น ข้าวซ้อมมือ รำข้าว และออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด
       
4.การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มสุรา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดได้



สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


อีเมลล์    pannfitcancer@gmail.com

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556


มะเร็งปอด มักเจริญเติบโตขึ้นมาจากจุดเล็กๆ ในปอด และเนื่องจากปอดเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ มีหลอดเลือดมาเลี้ยงมากมาย เช่นเดียวกันกับหลอดน้ำเหลืองที่เป็นเส้นทางใช้ระบายน้ำเหลืองจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย เราต้องทราบก่อนว่าระบบน้ำเหลืองเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ใช้ต่อสู้กับเชื้อโรคแปลกปลอมต่างๆ อันประกอบด้วยหลอดน้ำเหลืองและต่อมน้ำเหลืองซึ่งใช้เป็นที่กักเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ดังนั้นถ้ามีเซลล์มะเร็งหลุดเข้ามาในระบบน้ำเหลือง ก็จะถูกกักเก็บไว้ที่ต่อมน้ำเหลืองก่อน และสามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้นทำให้ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย เช่น เราอาจพบว่าคนที่เป็นขึ้น เป็นต้น






ถ้าเซลล์มะเร็งมีการแพร่เข้าไปในต่อมน้ำเหลืองแล้ว ก็มักจะแพร่กระจายไปสู่มะเร็งปอดบางคนมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอมีขนาดใหญ่โตส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ด้วย โดยมักจะกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆ กับขั้วปอดก่อน แล้วค่อยกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณส่วนกลางของทรวงอก คอ และ/หรือช่องท้อง หรือถ้าเซลล์มะเร็งหลุดเข้าไปในกระแสเลือดแล้วมักจะแพร่กระจายไปที่ตับ ปอดอีกข้างหนึ่ง สมอง กระดูก และ/หรือไขกระดูกได้

มะเร็งปอดก็มีการจัดขั้นตอนความรุนแรงไม่ต่างกับมะเร็งชนิดอื่น คือตั้งแต่ระยะเริ่มต้นยังไม่รุนแรง จนถึงระยะสุดท้ายที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จำเป็นต้องรู้ระยะของโรคเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะของก้อนมะเร็งในปอด ประเมินดูว่าก้อนมะเร็งนั้นจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณปอด หรือกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายหรือไม่


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


อีเมลล์    pannfitcancer@gmail.com


วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

รู้จักมะเร็งปอดมากขึ้น


เมื่อเอ่ยถึงมะเร็ง แทบทุกคนต่างรู้กิตติศัพท์ความร้ายแรงเป็นอย่างดี ไม่มีใครอยากให้มะเร็งมากเกิดกับตนเองหรือคนใกล้ชิดเป็นแน่ ทางที่ดีที่สุดคือควรเรียนรู้และหาทางป้องกันตัวเองให้ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอดซึ่งพบมากในคนไทยโดยพบเป็นอันดับสองในผู้ชาย และเป็นอันดับสี่ในผู้หญิง


คือการที่เซลล์ของเนื้อปอดข้างใดข้างหนึ่งเกิดการแบ่งตัวที่มากเกินปกติไม่สามารถควบคุมได้จึงเติบโตกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่ขัดขวางการทำงานตามปกติของปอด และเนื่องจากปอดเป็นอวัยวะใหญ่ที่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงมาก จึงเป็นเส้นทางที่เซลล์มะเร็งปอดจะแพร่ไปสู่อวัยวะอื่น เช่น ตับ สมอง หรือกระดูก ทำให้เกิดมะเร็งก้อนใหม่ได้อีก รวมทั้งยังอาจแพร่ไปทางหลอดน้ำเหลือง นำไปสู่การเกิดต่อมน้ำเหลืองโตได้ด้วย
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด




มะเร็งปอดไม่ใช่โรคติดต่อการสัมผัสคนที่เป็นหรือสิ่งคัดหลั่งต่างๆ ไม่ได้ทำให้เกิดโรค แต่พบว่ากว่า 85% ของคนที่เป็นมะเร็งปอดมีประวัติเคยสูบบุหรี่ ขณะที่อีก 1 ใน 6 ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน รวมทั้งสภาพแวดล้อม และกรรมพันธุ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด




       
•การสูบบุหรี่ผู้สูบบุหรี่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากถึง 10 เท่าของผู้ไม่สูบ เพราะในควันบุหรี่มี ทาร์ หรือ น้ำมันดิน เป็นสารก่อมะเร็งตัวสำคัญ ยับไม่นับสารก่อมะเร็งอื่นๆ อีกกว่า 60 ชนิด ยิ่งคนที่สูบมาก สูบนาน ก็มีความเสี่ยงสูง แม้แต่ผู้ที่ต้องสูดดมควันบุหรี่ของผู้อื่นที่สูบโดยตัวเองไม่ได้เป็นผู้สูบก็จัดว่ามีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน      

อายุและเพศ อายุที่มากขึ้นก็เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากขึ้นเนื่องจากเซลล์มีโอกาสผิดปกติ ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมถอย หรือการได้รับสารก่อมะเร็งสะสมไว้นาน ทำให้คนสูงอายุมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคนหนุ่มสาว และพบว่าผู้หญิงมีความไวต่อสารมะเร็งมากกว่าผู้ชาย




ฝุ่นแร่แอสเบสตอส หรือใยหิน เป็นแร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น การก่อสร้างอาคาร ทำผ้าเบรค ฉนวนความร้อน เหมืองแร่ อู่ต่อเรือ สิ่งทอ เป็นต้น พบว่าคนงานที่ต้องสัมผัสฝุ่นแร่ชนิดนี้ หากไม่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดมากกว่าคนทั้วไป 5 เท่า และหากสูบบุหรี่ด้วยจะเสี่ยงมากขึ้นถึง 90 เท่าทีเดียว




สิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น ก๊าซเรดอน ในเหมืองแร่ใต้ดิน สารหนู โครเมียม นิกเกิล ควันพิษจากรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้น คนที่ทำงานท่ามกลางสิ่งเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป  


  

ความผิดปกติของพันธุกรรมและการกำเนิด ในบางคนอาจมียีนที่ทำหน้าที่ต้านสารก่อมะเร็งทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่กำเนิด หรือคนที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรง คือ พ่อแม่ พี่น้อง เป็นมะเร็งปอดก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นตาม ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มนี้พบว่า เป็นมะเร็งในอายุน้อย




กว่า 40 ปี และเป็นมะเร็งได้แม้จะไม่สูบบุหรี่ หรือทำงานในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองก็ตาม



               

 สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


อีเมลล์    pannfitcancer@gmail.com